ประวัติโจเซฟ สตาลิน จากเด็กยากจนในจอร์เจียสู่ผู้นำโซเวียต
คำตอบสั้น
โจเซฟ สตาลิน (1878–1953) คือผู้นำสหภาพโซเวียตต่อจากเลนิน เกิดในครอบครัวยากจนที่เมืองกอรี จอร์เจีย เคยเรียนโรงเรียนศาสนาก่อนหันมาเป็นนักปฏิวัติ ขึ้นสู่อำนาจผ่านตำแหน่งเลขาธิการพรรค นำโซเวียตชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปกครองอย่างโหดเหี้ยม

ประวัติโจเซฟ สตาลิน คือเรื่องของเด็กยากจนจากเมืองเล็ก ๆ ในจอร์เจีย ที่กลายเป็นผู้นำสหภาพโซเวียต หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดของศตวรรษที่ 20 เขาเป็นทั้งนักปฏิวัติ ผู้ปฏิรูป และจอมเผด็จการที่โหดเหี้ยม เขาพร้อมเสียสละทุกสิ่งและทุกคนเพื่ออำนาจ ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถูกยิงทิ้ง ประชาชนถูกตำรวจลับไล่ล่า และอีกหลายล้านคนถูกส่งไปทำงานหนักในค่ายแรงงาน
โจเซฟ สตาลิน เกิดที่ไหน ชื่อจริงคืออะไร
โจเซฟ สตาลิน มีชื่อจริงว่า อีโอซิฟ จูกาชวิลี เกิดเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1878 ที่เมืองกอรี เมืองเล็ก ๆ ของชาวจอร์เจียในจักรวรรดิรัสเซีย
พ่อของเขาเป็นช่างซ่อมรองเท้า ส่วนแม่เป็นผู้หญิงเคร่งศาสนาที่ทำงานรับจ้างเย็บผ้า เขาเติบโตมาอย่างยากลำบาก และถูกพ่อทุบตีบ่อยครั้งเมื่อพ่อเมาสุรา
วัยเด็กของสตาลินเป็นอย่างไร
สตาลินเป็นเด็กร่างกายอ่อนแอ เมื่ออายุ 7 ขวบเขาป่วยเป็นไข้ทรพิษ ทำให้ใบหน้ามีแผลเป็น และยังประสบอุบัติเหตุจนแขนซ้ายผิดรูป
เขาถูกเด็กในหมู่บ้านรังแก รู้สึกด้อยกว่าคนอื่น และเลือกใช้ความรุนแรงเพื่อให้คนเคารพ
ทำไมสตาลินถึงเรียนโรงเรียนศาสนา
แม่ของสตาลินหวังให้ลูกเป็นนักบวช เพื่อยกระดับฐานะทางสังคม จึงส่งเขาไปเรียนที่โรงเรียนศาสนาในปี 1894 ขณะอายุราว 16 ปี
ช่วงแรกเขาสนใจบทกวีและวรรณกรรม แต่ต่อมาเข้าร่วมชมรมหนังสือผิดกฎหมาย และได้อ่านงานต้องห้ามของคาร์ล มาร์กซ์ ที่เขียนเรื่องการเมือง การปฏิวัติ และความไม่เป็นธรรมของสังคม เขารู้สึกเหมือนตาสว่าง และอยากเข้าร่วมขบวนการสังคมนิยมเพื่อโค่นล้มระบอบซาร์ของรัสเซีย
สุดท้ายเขาหันหลังให้ศาสนา ขาดเรียน และถูกไล่ออกจากโรงเรียน
สตาลินกลายเป็นนักปฏิวัติได้อย่างไร
หลังออกจากโรงเรียน สตาลินทำงานที่หอสังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยาในเมืองทบิลิซี งานนี้ทำให้เขามีเวลาทำงานปฏิวัติ เขาเข้าร่วมพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซีย และเมื่ออายุราว 22 ปีก็กลายเป็นนักปฏิวัติเต็มตัว ต้องคอยหลบซ่อนจากตำรวจลับของซาร์
เขาหนีไปที่เมืองบาทูมี ริมทะเลดำ ได้งานในโรงกลั่นน้ำมันที่ตระกูลรอธส์ไชลด์เป็นเจ้าของ และไม่นานก็กลายเป็นผู้นำคนงาน ก่อการประท้วงจนเกิดการปะทะ
ในปี 1902 เขาถูกจับกุม และถูกตัดสินให้เนรเทศไปไซบีเรีย ระหว่างนั้นพรรคแตกออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายบอลเชวิค นำโดยวลาดีมีร์ เลนิน และฝ่ายเมนเชวิค นำโดยยูลี มาร์ตอฟ สตาลินเลือกอยู่ฝ่ายเลนิน
สตาลินขึ้นสู่อำนาจได้อย่างไร
สตาลินไต่เต้าในพรรคบอลเชวิคด้วยการทำทุกงานที่เลนินสั่งให้สำเร็จ จนกลายเป็นคนที่เลนินพึ่งพา แต่เลนินเองก็ไม่ไว้ใจเขา เพราะรู้ว่าสตาลินมักใหญ่ใฝ่สูง หยาบคาย และโหดเหี้ยม
หลังพรรคบอลเชวิคยึดอำนาจได้ในปี 1917 สตาลินได้รับตำแหน่งคอมมิสซาร์ประชาชน และในปี 1922 เขาได้เป็นเลขาธิการพรรค ตำแหน่งที่ทำให้เขาควบคุมคนในพรรคได้ เมื่อเลนินล้มป่วยและเสียชีวิตในปี 1924 ก็เกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างสตาลินกับลีออน ทรอตสกี
สตาลินไม่ได้เป็นนักพูดเก่งแบบเลนิน หรือนักคิดแบบทรอตสกี แต่เขาเก่งเรื่องการวางแผน การจัดองค์กร และการโฆษณาชวนเชื่อ สุดท้ายเขาเป็นฝ่ายชนะ และขึ้นเป็นผู้นำต่อจากเลนิน
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 1878 | เกิดที่เมืองกอรี จอร์เจีย |
| 1894 | เข้าเรียนโรงเรียนศาสนา |
| 1902 | ถูกจับและเนรเทศไปไซบีเรีย |
| 1922 | ได้เป็นเลขาธิการพรรค |
| 1924 | เลนินเสียชีวิต เริ่มแย่งอำนาจกับทรอตสกี |
| 1939 | ทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกับนาซีเยอรมนี |
| 1941 | เยอรมนีบุกโซเวียต |
| 1945 | กองทัพแดงยึดกรุงเบอร์ลิน |
| 1953 | เสียชีวิต |
สตาลินปกครองโซเวียตอย่างไร
สตาลินปกครองแบบเบ็ดเสร็จ ภายใต้รัฐคอมมิวนิสต์ ศาสนาถูกกดขี่ และตัวสตาลินถูกยกย่องจนแทบเป็นศูนย์กลางความศรัทธาแทน เขาถูกเรียกว่า “บิดาแห่งประชาชาติ” ทรัพย์สินส่วนบุคคลถูกยึดเป็นของรัฐ และผู้ต่อต้านถูกส่งไปค่ายกักกันหรือค่ายแรงงาน
จำนวนผู้เสียชีวิตในค่ายแรงงานและการกวาดล้างยังเป็นที่ถกเถียง คลิปของ Jornjad อ้างตัวเลขราว 10 ล้านคน ขณะที่นักประวัติศาสตร์ประเมินไว้แตกต่างกันมาก เพราะไม่มีการสำรวจตัวเลขที่เชื่อถือได้ในยุคของเขา
สตาลินมีบทบาทอย่างไรในสงครามโลกครั้งที่ 2
ปี 1939 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้น สตาลินทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกับนาซีเยอรมนี และแบ่งเขตอิทธิพลในยุโรปตะวันออก แต่ในปี 1941 ฮิตเลอร์ละเมิดข้อตกลงและบุกสหภาพโซเวียต
แม้จะเสียดินแดนและกำลังพลจำนวนมาก กองทัพแดงก็ต้านทานไว้ได้ และในปี 1945 กองทัพแดงบุกยึดกรุงเบอร์ลินได้สำเร็จ โซเวียตกลายเป็นหนึ่งในผู้ชนะสงคราม แต่ต้องแลกด้วยชีวิตคนหลายสิบล้านคน
หลังสงคราม สตาลินพัฒนาโซเวียตให้เป็นมหาอำนาจ มีประเทศยุโรปตะวันออกที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์อยู่ในอิทธิพล ขณะที่อีกฝั่งคือสหรัฐอเมริกากับยุโรปตะวันตก การแข่งขันของสองขั้วนี้นำไปสู่สงครามเย็น
ข้อเท็จจริง vs เรื่องที่ยังถกเถียง
| ประเด็น | สถานะ |
|---|---|
| สตาลินเกิดที่กอรี จอร์เจีย ปี 1878 | ข้อเท็จจริง |
| เลนินไม่ไว้ใจสตาลิน | มีบันทึกของเลนินที่วิจารณ์สตาลินว่าหยาบคาย |
| จำนวนผู้เสียชีวิตในค่ายแรงงาน | ยังถกเถียง ตัวเลขแตกต่างกันมาก |
| ญี่ปุ่นยอมแพ้เพราะกลัวโซเวียต | ยังถกเถียง นักประวัติศาสตร์มองว่ามีหลายปัจจัยร่วมกัน รวมถึงระเบิดปรมาณู |
เกิดอะไรขึ้นหลังสตาลินเสียชีวิต
สตาลินเสียชีวิตในปี 1953 หลังจากนั้นนีกีตา ครุชชอฟ ผ่อนคลายความเข้มงวดของระบอบ และออกมาประณามอดีตผู้นำ รูปปั้นของสตาลินในหลายที่ถูกทุบทิ้ง ชื่อของเขาถูกลบออกจากเนื้อเพลงชาติ และศพที่เคยวางไว้ข้างศพเลนินถูกย้ายไปฝังที่กำแพงพระราชวังเครมลิน
อ่านเรื่องบุคคลอีกคนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ที่ลูอี แซมเพอรินี จากนักวิ่งโอลิมปิกสู่เชลยสงคราม หรือดูทุกเรื่องในหมวดบุคคลในประวัติศาสตร์
ดูคลิปเรื่องนี้

คำถามที่พบบ่อย
โจเซฟ สตาลิน ชื่อจริงคืออะไร
ชื่อจริงของสตาลินคือ อีโอซิฟ จูกาชวิลี เขาเป็นชาวจอร์เจีย และใช้ชื่อสตาลินในภายหลัง
สตาลินขึ้นเป็นผู้นำโซเวียตได้อย่างไร
สตาลินได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรคในปี 1922 เมื่อเลนินเสียชีวิต เขาแย่งชิงอำนาจกับลีออน ทรอตสกี และเป็นฝ่ายชนะ จึงขึ้นเป็นผู้นำต่อจากเลนิน
สตาลินเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไร
ปี 1939 สตาลินทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกับนาซีเยอรมนี แต่ปี 1941 ฮิตเลอร์ละเมิดสัญญาและบุกโซเวียต กองทัพแดงต้านไว้ได้และยึดกรุงเบอร์ลินได้ในปี 1945
สตาลินเสียชีวิตเมื่อไหร่
สตาลินเสียชีวิตในปี 1953 หลังจากนั้นนีกีตา ครุชชอฟ ประณามระบอบของเขา และศพของสตาลินถูกย้ายออกจากข้างศพเลนินไปฝังที่กำแพงเครมลิน
ดูเรื่องนี้แบบเต็มบน YouTube
บทความนี้เรียบเรียงจากคลิปของช่อง Jornjad ความยาว 11 นาที 55 วินาที
อ่านต่อในหมวดบุคคลในประวัติศาสตร์
ดูเรื่องบุคคลในประวัติศาสตร์ทั้งหมด
ประวัติเลโอนาร์โด ดา วินชี อัจฉริยะที่ไม่ได้มีดีแค่วาดภาพ
ประวัติเลโอนาร์โด ดา วินชี (1452–1519) จิตรกรผู้วาดโมนาลิซาและอาหารมื้อสุดท้าย ที่เป็นทั้งนักประดิษฐ์ วิศวกร และนักกายวิภาค พร้อมผลงานสำคัญและเรื่องที่ยังถกเถียง

ลูอี แซมเพอรินี จากนักวิ่งโอลิมปิกสู่เชลยสงครามที่ไม่ยอมแพ้
ประวัติลูอี แซมเพอรินี นักวิ่งโอลิมปิกเบอร์ลิน 1936 ที่เครื่องบินตกกลางทะเล ลอยเรือชูชีพ 47 วัน ถูกญี่ปุ่นจับเป็นเชลย และเลือกให้อภัยผู้ทรมานเขา เรื่องจริงของ Unbroken

สุนทรพจน์หัวหน้าเผ่าซีแอตเทิล ถ้อยคำเรื่องแผ่นดินที่ใครก็ซื้อไม่ได้
สุนทรพจน์หัวหน้าเผ่าซีแอตเทิลปี 1854 ที่ถามว่าท้องฟ้าและแผ่นดินจะซื้อขายกันได้อย่างไร สรุปเนื้อหาสำคัญ และเรื่องจริงที่หลายคนไม่รู้ ว่าฉบับที่โด่งดังถูกเขียนขึ้นใหม่ภายหลัง